นายกฯจำเป็นใช้พรก.ต่างด้าว ชี้ไทยถูกเพ่งเล็งค้ามนุษย์ขออย่าต้าน

เมื่อเวลา 09.00 น. ห้องแกรนด์ไดมอนด์บอลรูม เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พร้อมกล่าวปาฐกถา เรื่อง "ขับเคลื่อนแผนฯ 12 สู่อนาคตประเทศไทย" ตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยมีคนอยู่หลายกลุ่ม หลายประเภท โดยกำลังเดินเข้าสู่เส้นชัยหลังหยุดเดินมาเป็นเวลานาน ซึ่งเหมือนการเดินถอยหลัง ดังนั้นวันนี้เราต้องเร่งเดินเข้าสู่เส้นชัย ซึ่งรัฐบาลได้มีการกำหนด และวางแผนงานไว้แล้ว ตามที่ทุกคนทราบว่าตน และคสช. เข้ามาอย่างไร เพื่ออะไร ดังนั้นจะไม่ขอกลับไปพูดเรื่องเดิม ๆ แต่อยากให้ทุกคนเปรียบเทียบว่าหลักคิดในการเดินหน้าประเทศสู่อนาคตตามวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่นคั่ง และยั่งยืน มีความชัดเจนแค่ไหน และที่ผ่านมาเคยเกิดขึ้นหรือไม่ เมื่อไม่เคยมีก็ต้องรอดูว่าจะดีขึ้นหรือไม่ วันนี้ทุกคนต้องร่วมมือกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งขณะนี้เราอยู่ในช่วงที่ 2 ของการปฏิรูป ก่อนที่จะส่งต่อไปยังรัฐบาลหน้า จึงถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ แผนทุกแผนดีหมดแต่อยู่ที่การปฏิบัติ ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าทุกคนในประเทศไทยมีขีดความสามารถเพียงพอ 
 
"หลายครั้งเราสามารถรวมพลังจนผ่านวิกฤต ครั้งนี้ก็เช่นกัน ทุกคนต้องช่วยกันทำแผนฉบับที่ 12 ซึ่งเป็นฐานราก ให้ไปสู่ความเข้มแข็ง แก้ไขจุดอ่อนของประเทศที่มีหลายอย่าง รวมทั้งพัฒนาจุดแข็งต่อไป ยืนยันว่าการทำแผนของรัฐบาลไม่ได้ไปผูกมัดใคร และไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็สามารถทำได้หมด ไม่ได้ล็อคว่าใครจะต้องทำอย่างไร เพียงแต่ตีกรอบไว้ให้ไปสู่เป้าหมายในการปฏิรูป ซึ่งทุกรัฐบาลต้องดูแลเน้นให้ความสำคัญกับประชาชนฐานราก การบริหารราชการแผ่นดินจะต้องมีหลักการมากกว่าที่ผ่านมา เป้าหมายที่เราอยากเห็นคือประเทศไทยมีการพัฒนาแล้ว เหมือนนานาอารยประเทศ ทั้งทางกายภาพ และจิตใจ รวมถึงความคิด และศักยภาพของคน ทำอย่างไรจะให้ทุกคนกินอิ่ม นอนหลับ และมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สังคมมีความปรองดองสมานฉันท์อย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์"นายกฯ กล่าว
 
นายกฯ กล่าวว่า มนุษย์ถ้าไม่กลมกลืนกันทุกอย่างก็ยุ่งไปหมด สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ให้โอวาทว่า ความมุ่งหมายของการประพรมน้ำมนต์นั้น ไม่ใช่ว่าใครก็อยากได้รับน้ำมนต์เพื่อความศักสิทธิ์ เพื่อได้เลื่อนยศตำแหน่ง มันไม่ใช่แต่น้ำมนต์เป็นสิ่งแสดงให้เห็นว่าทุกคนมารวมกันเพื่อฟังพระเทศน์ แล้วได้น้ำมนต์ไปถือเป็นการผสมผสาน เหมือนน้ำไม่ว่าจากที่ไหนเมื่อมารวมกันผสมผสานกันอยู่ในขันใบเดียวกัน ถือว่าเป็นน้ำที่ผสมกลมกลืน เราต้องทำให้ได้แบบนั้น เนื่องจากวันนี้เรายังเป็นน้ำที่ไม่ผสมกลมกลืนเท่าไหร่ "จะเห็นได้ว่าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ทีวีทุกช่องวุ่นวายอยู่กับเรื่องของผม ที่ว่าจะเลือกตั้งหรือไม่ บ้าบอคอแตกกันอยู่นั้น วันนี้จะเป็นจะตาย เพราะฉะนั้นอย่าไปสนใจใครอยากพูดอะไรก็พูดไป มันเรื่องของผม ตอบชัดเจนแบบนี้แล้วอย่ามาถามผมอีก ถามกันอยู่ได้"
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ใน 5 ปีนี้ประเทศจะต้องเดินได้ ถ้าเราไม่มีความหวังอะไรเลย 20 ปีก็ไม่สำเร็จ จึงต้องตั้งความหวังว่าต้องสำเร็จ เราจะต้องผ่านเวลาอันวิกฤตไปให้ได้ ต้องมาคอยระมัดระวังทุกเรื่อง ขณะที่ต่างประเทศก็จับตาดูเรา การค้าขายก็ไม่เดินไปข้างหน้า ทุกวันนี้ต่างประเทศสนใจเรื่องเศรษฐกิจ ตนดีใจที่เราตื่นตัวเรื่องกฎหมายและการปฏิรูป แต่อย่าเอาทั้งหมดมาตีกัน ตอนนี้ปัญหามันมีอยู่ต้องช่วยกันคิดแก้ไขว่าการปฏิรูปจะทำกันอย่างไร ปัญาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เลวทั้งหมด การศึกษา ตำรวจ กระบวนการยุติธรรมไม่ได้เลวร้ายมากมาย แต่ก็ยอมรับว่าสังคมส่วนรวมต้องมีปัญหา คนดีก็มี คนเลวก็มี ทำอย่างไรจะให้คนดีได้ทำงาน คนไม่ดีได้ออกไป ก็ต้องมีกระบวนการยุติธรรม ถ้าไม่เชื่อกระบวนการยุติธรรมแล้วจะมีวิธีการอะไร ด่ากันทุกวันเดี๋ยวมันลาออกเองหรือไง มันไม่ใช่
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้มาตีกันเรื่องพ.ร.บ. 2 ฉบับอีก ไอ้ช่างฟ้องก็ไปหาเอาเองว่าใคร ไม่รู้จะฟ้องอะไรหนักหน่า ไม่มีอะไรทำหรืออย่างไร เอาผิดเอาถูก ประเทศชาติจะตายอยู่แล้ว ไอ้นี่ก็จะไปฟ้องศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีอะไรจะทำหรือไง กลัวใครถามว่าไม่มีงานทำหรืออย่างไรก็ไม่รู้ มันเสียเวลาก็พยายามทำอย่างดีที่สุดแล้ว มันก็ได้มาอย่างนี้
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การพัฒนาตามแผน 12 ต้องขับเคลื่อนออกมาให้ได้ถึงจะเดินได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นจะสะดุดตามนโยบายของรัฐบาลแต่ละชุด ฉะนั้นต้องมีกรอบที่จะเดินไปข้างหน้า เรื่องพรรคการเมือง เรื่องประชาธิปไตยเป็นอีกเรื่อง แต่ต้องเอาเป็นหลักด้วย การอนุมัติงบต้องคำนึงถึงทุกจังหวัดด้วย เพราะบางจังหวัดพัฒนามาก บางจังหวัดพัฒนาน้อย เราต้องลดความเหลี่ยมล้ำ บางจังหวัดมีส.ส.เข้ามาจึงได้งบประมาณ ทำให้เกิดความแตกต่าง ดังนั้นเราต้องมีแผนและจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมกับทุกจังหวัด ที่สำคัญต้องหลีกเลี่ยงกันจัดสรรงบประมาณอย่างเร่งรีบ อย่าให้เหมือน 30 ปีที่ผ่านมาที่เราไม่ไปไหนเลย
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ต้องใช้วิธีต่างตอบแทน พัฒนาส่งเสริมเอสเอ็มอี เราผูกพันการค้ากับการส่งออก แต่ต้องพัฒนาสินค้าของเราด้วย อย่าผลิตสินค้าแบบเดิม คนไทยที่ตื่นรู้มีความเติบโตทางร่างกาย จิตใจและวิญญาณเป็นพลเมืองไทย ไม่ไปด่าประเทศตัวเองที่ต่างประเทศ มันน่ารังเกียจ หรือใครไม่รังเกียจ ทำแทบตายกำลังแก้ปัญหา เหนื่อยและเครียดกันทุกคน แล้วไปประจานตัวเอง ประจานประเทศไทย มันเป็นอะไร
 
นายกฯ กล่าวว่า  เรื่องของยุทธศาสตร์ชาติได้เดินหน้ามาเรื่อย ๆ ร่างมาเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็ไปสร้างการรับรู้ จะไปยากตรงไหน อ่านเที่ยวเดียวตนว่าน่าเข้าใจแล้ว และไปดูข้างในเขียนว่าอะไร ไม่ได้เขียนว่าต้องทำถนนตรงนั้น ตรงนี้
 
"ไอ้ที่กลัว เพราะกลัวว่าที่เขียนไปแล้ว จะไม่ได้ทำของตัวเองใช่ไหม ที่เคยคิดจะทำ เคยจะไปโปรยหว่านไว้ตรงนั้นตรงนี้ แต่ต้องเขียนให้จังหวัดแต่จังหวัดต้องทำอย่างไร การทำงบประมาณประจำปีต้องลงมา ทั้งนี้ไปไล่ดูความโปร่งใส เรื่องการทุจริตอีกครั้งหนึ่ง ไม่อย่างนั้นประชาชนก็ไม่รู้อนาคต"ฝากช่วยอธิบายด้วย อย่างยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพคน ก็ทำมาตลอด ต้องมาร่วมกันคิดว่ามีอุปสรรคอะไร แต่ติทุกเรื่องอย่างนี้ไปไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้สักอัน ตนไม่อยากใหฟังคนทักท้วงที่ไม่มีหลักการ ไม่มีเหตุผลทั้งสิ้น เราต้องทำส่ิงใหม่ๆเกิดขึ้นให้ได้ ไม่ใช่ไปคิดว่า ทำไม่ได้เพราะมีเหตุทุจริต เอื้อประโยชน์ ไม่ดูแลคนจน เอางบประมาณไปเสียหาย ไปทำอย่างอื่นมากกว่าดูแลประชาชน มันพูดอย่างนี้พูดได้อย่างไง"นายกฯ กล่าว
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราต้องทำ 2 อย่างไปพร้อมกัน ทุกคนอยากได้หมด ทั้งเพื่อคนมีรายได้น้อย การลงทุนประเทศ ทุกคนอยากได้หมด ทั้งสาธารณสุข บัตรทอง เรียนฟรี ทุกคนอยากได้เพิ่มหมด แต่ไม่มีวิธีการหาเงินเข้ามา ถ้าเราไม่ลงทุนอนาคตจะไม่ได้เรื่องพวกนี้กลับมาเลย และวันนี้ตนก็ไม่ได้ทำอะไรให้ลดลงกว่าเดิม กรุณาคิดในภาพรวมด้วยไม่ว่าใครที่เกี่ยวข้อง ถ้าไม่มีการลงทุนแบบนี้ ทุกคนบอกลำบาก รัฐบาลก็ต้องอดทน ต้องคิดอย่างไรให้การบริหารจัดการอย่างไรที่ประชาชนต้องการ แต่ไม่รู้เอาเงินจากไหน กู้ไม่ได้พอกู้ก็บอกว่าจะเป็นหนี้สาธารณะ พอเร่ิมลงทุนก็บอกทุจริต ก็ไม่ต้องไปไหนแล้ว ปวดหัวทุกวัน ทุจริตคือทุจริต ที่คิดดีคือคิดดี แยกออกจากกัน "ที่ทุจริตก็เอาไปฆ่าทิ้ง หามาสิ แล้วบอกผม และผมก็เล่นงานไปเยอะแล้ว แต่ไม่อยากจะพูดเพราะเสียชื่อประเทศ แต่ไม่ได้ปล่อยปะละเลย"
 
นายกฯ กล่าวว่า การทำงานวันนี้มีป.ย.ป.และมีหลายคณะ ยังทำไม่ทันเลย เพราะขั้นตอนเยอะ อะไรที่ทำไม่ได้ตามขั้นตอนปกติ ก็มาเข้าป.ย.ป.มาเข้าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ อะไรที่ปลดล็อกไม่ได้จริงๆต้องใช้มาตรา 44 และตนถามวันหน้าถ้าไม่มีมาตรา 44 จะได้กันได้ไหมประเทศนี้ เพราะฉะนั้นทำอะไรต้องรอบคอบ วันนี้ตนยอมรับได้ ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องใช้ เพราะต้องเปลี่ยนแปลงให้เร็ว ดูแลประชาชนให้ได้ ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งต้องทำ ต้องมี ส่ิงที่จะทำต่างๆวันนี้ แผนแม่บทต่างๆ ที่ต้องภายในปีนี้ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ก็คือตน ซึ่งตนต้องทำแผนแม่บทต่างๆให้เสร็จ และส่งต่อให้รัฐบาลต่อไป ใครจะมาเป็นนายกฯก็มาเป็นประธานต่อ ถ้าเขาไล่ออก เปลี่ยน คนใหม่ก็มาเป็นต่อ
 
 
นายกฯ ให้ศธ.ดูงบรายหัวครูให้สอดรับขนาดโรงเรียน
 
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า วันนี้มีปัญหาเรื่องบประมาณรายหัวต้องไปดูเรื่องนี้ว่าควรทำอย่างไร ไปดูว่าโรงเรียนแต่ละขนาดควรจะเอาเท่าไร สัดส่วนระหว่างครูกับนักเรียนเท่าไร ตามหลักการคือครู 1 คนต่อนักเรียน 30 คน เราถึงจะใช้งบได้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นโรงเรียนจะต้องไปหาทางเพราะอาจมีปัญหาเรื่องงบประมาณรายหัวไม่เพียงพอ ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำลังทำเรื่องนี้อยู
 
นายกฯ กล่าวต่อว่า ในเรื่องภาษาต่างประเทศ อะไรที่เป็นราชการควรมีภาษาอังกฤษกำกับไม่ใช่เรื่องดัดจริต แต่เราทำให้เห็นถึงการพัฒนาเราถึงจะเรียนรู้และตื่นต้ว มีคำภาษาอังกฤษติดไว้ดูเดี๋ยวก็พูดเป็นเอง อย่างน้อยก็ทำให้เราอ่านออกเขียนได้ ต่อไปนี้การสอบเข้าราชการหรือของกระทรวงต่างๆ ต้องมีการสอบภาษาอังกฤษสอบด้วย ตนไม่อยากให้คนมาโง่แบบตน แต่วันนี้ตนก็พอรู้อยู่เหมือนกันส่วนเรื่องการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (ไอยูยู) เราออกกฎหมาย 90 ฉบับี่ถือเป็นเรื่องเดียว รู้หรือไม่ว่ามันยากแค่ไหน มีใครเคยทำได้หรือไม่ รัฐบาลนี้ไม่ได้เก่งกาจเพียงแต่หากข้าราชการทำได้เราก็ให้เขาทำ
 
"ผมขอพูดเรื่องสำคัญจะได้เข้าใจกับสักทีเรื่องพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แรงงานต่างด้าว เราออกมาเพราะมีเหตุผลและความจำเป็นที่เราต้องทำ เนื่องจากพันธะสัญญาที่มีอยู่ ทำไมถึงต้องทำวันนี้ก็เพราะว่าไม่เคยทำมาและไม่เคยใช้อย่างจริงจัง แต่ต้องทำเพราะเขากำลังเพ่งเล็งประเทศไทยเรื่องการค้ามนุษย์ เห็นหรือไม่ว่ามาเลเซียเขาก็ทำ เขาจับกุมกันโครมๆ และถือเป็นข้อตกลงกันระหว่าง 4 ประเทศในอาเซียน แรงงานต่อไปนี้จะต้องขึ้นบัญชีหรือการนำเข้าแรงงานที่ชายแดนเท่านั้น ไม่มีการขึ้นทะเบียนในประเทศ เพราะที่ผ่าน 3 ปีที่รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาก็นำมาขึ้นบัญชีได้ 2-3 ล้านคน แต่มันก็มียังปัญหาอยู่คือคนเหล่านี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติทั้งหมด เพราะเมื่อเข้ามาแล้วเราก็ผ่อนผันและลงทะเบียนให้ไป แต่ยังพิสูจน์สัญชาติไม่ได้ก็ต้องเป็นแรงงานชั่วคราวไม่สามารถย้ายงานได้ถือบัตรสีชมพู เรียกว่าการพิสูจน์สัญชาติไม่เสร็จ เมื่อเข้ามาแล้วที่ผ่านมามันเละไปหมด ต้นทางจะต้องเป็นคนพิสูจน์สัญชาติในประเทศ จะต้องเป็นภาระของประเทศต้นทาง ต่อไปจะต้องไปจดทะเบียนที่ประเทศต้นทาง คนที่อยู่ขณะนี้มีทั้งถูกและผิดกฎหมาย คนที่ผิดคือไม่มีหลักฐานอะไรสักอย่างก็ต้องกลับไปที่ชายแดนเพื่อไปทำหลักฐานให้ถูกต้องแล้วค่อยเดินทางกลับเข้ามา" นายกฯกล่าว
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แรงงานคนเดิมที่เข้ามาและออกไปก็หวังจะกลับมาทำที่เดิม เช่น เลี้ยงลูกและดูแลบ้านคนเขาไว้ใจเขาก็ไม่อยากได้คนใหม่ เราจะทำอย่างไรให้เขากลับมาที่เดิม แต่สำนักงานหางานที่มีคนซวยๆ ห่วยๆ ทำงานก็ไปกวาดแรงงานพวกนี้ไปหมดเพื่อนำไปทำงานที่ใหม่ แรงงานเหล่านี้ก็เดือดร้อน ทั้งนี้คนที่ออกไปก็มีสองส่วนคือออกไปแล้วกลับที่เดิมก็ต้องล็อกให้เขา ส่วนที่สองคือไปแล้วต้องไปพิสูจน์สัญชาติต้นทางใหม่ถึงจะเข้ามาทำงานได้ถือว่าใหม่เอี่ยม ส่วนปัญหาคือคนเก่าที่คาอยู่จะทำอย่างไรหากนึกไม่ออกก็ต้องไปทำกันใหม่ แต่จะทำอย่างไรไม่ให้มีผลเสียคือยังมีคนทำงานเหมือนเดิม ตอนนี้ก็ให้กระทรวงแรงงานกำลังทำงานอยู่ขอให้เข้าใจ ตนไม่อยากให้ใครเดือดร้อน แต่จะไม่ให้เขาออกไปได้หรือไม่นั้นก็ทำไม่ได้ ส่วนการเสียค่าปรับ 4 แสน - 8 แสนบาทมากไปหรือไม่ ก็ต้องไปดูว่ากฎหมายเขียนไว้อย่างไร ขอร้องอย่ามาเคลื่อนไหวอะไรกันนัก ถ้าท่านเฉยๆ ตนก็จะอยู่เฉยๆ เหมือนกัน เพราะวันนี้แก้ไม่ได้เราก็ต้องขอร้องเพราะให้เวลา 120 วันก็ขอให้ทำให้ทันแล้วประสานหน่วยงานชายแดนให้รู้เรื่อง ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ไม่ทำก็ไม่ได้ อย่าไปพูดถึงของเก่าเพราะของเก่ามันห่วย ไม่ดูแลกันก็เป็นแบบนี้
 
นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการตัดไม้พะยูงก็มีปัญหาทุกครั้งตนไม่เข้าใจ พอเห็นสื่อเอามาออกก็แย่กันทั้งหมด ตนก็โมโหกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทำไมไม่อยากยุ่งกับไม้พะยูงก็เพราะกลัวติดคุก ปัดโถ่ นายอำเภอก็มี ผู้ว่าฯก็มี ก็แค่แก้ไขปัญหาให้เขา ไม้ทิ่มบ้านอยู่แบบนั้นไม่ตัดได้ยังไง เอาง่ายๆ ถ้าตนเป็นผู้ใหญ่บ้านก็ตัดเลย ทิ่มบ้านก็ตัดเลยแล้วถ่ายรูปไว้เป็นพยานและหลักฐานว่ามันทิ่มบ้านเราอยู่ ตัดเสร็จก็กองไว้อย่าไปทำอะไร แจ้งให้เขามาดูแค่นี้เอง แต่สื่อเอาไปพาดหัวกันใหญ่โตว่าคนจนติดคุกเพราะตัดต้นไม้ต้นเดียว แต่จะกี่ต้นก็ผิดหมด ทำให้กลายเป็นว่าไม่ไปจับคนตัดเยอะ สื่อก็ขยายไปมากลายเป็นว่ารังแกคนจนเอื้อผลประโยชน์คนรวย กลายเป็นคนจนกับคนรวยรบกันสองคน นี่คือสิ่งที่การเมืองทำให้เป็นแบบนั้น ไม่มีคนไหนคนรวยคนไหนจน มีแต่คนมีโอกาสมากกับคนมีโอกาสน้อย ขอให้ทุกคนมีชีวิตพอเพียง อย่าไปใช้คำว่ารวยๆ โป้งรวย โป้งรวย เป็นไงล่ะเห็นหรือไม่รวยกันได้ไหม
 
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้มีปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้นเราต้องหาคนมาช่วย บางทีก็ขยันไปหน่อยช่วยกันทุกเรื่องไปเลยโดนเขาเล่นงานกลับมา เช่น เรื่องแท็กซี่กระทรวงที่รับผิดชอบก็ตอบไม่รู้เรื่อง ทหารขึ้นไปนั่งแท็กซี่เขาพูดกันเรื่องแกรปเรื่องอูเบอร์ก็ไม่รู้เรื่อง ถ้าแบบนั้นให้แปะชื่อนายกฯไว้ มันก็เสียชื่อนายกฯ เพราะบางอย่างต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทำ เรื่องใหญ่ๆก็ทำกันเองให้เอาตำรวจไปทำด้วย
 
 
นายกฯ กลุ้มแต่งกลอนทำศิลปินแห่งชาติแบ่ง 2 ฝ่าย ทะเลาะกันบ่นเหมือนตัวเปิดศึก
 
 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมประจำปี 2560 ของ สศช. เรื่อง “ขับเคลื่อนแผนฯ 12 สู่อนาคตประเทศไทย” กล่าวตอนหนึ่งว่า เยาวชนรุ่นหลังหน้าตาหล่อสวย แต่บางคนพยายามจะสวยก็ไปถูกเขาหลอกทำเสริมสวย พอถึงเวลาก็มาฟ้องสาธารณสุข เพราะไปผ่าตัดเสริมสวยร้านที่ไม่ถูกกฎหมายและราคาถูกมันไม่ได้ คนจะสวยสวยจรรยาใช่ตาหวาน คนจะแก่แก่ความรู้ใช่อยู่นาน คนจะรวยรวยสุนทานใช่บ้านโต
 
"เดี่ยวหาว่าผมพูดเป็นกลอนอีก วันนี้ผมแต่งกลอนไปหน่อยเดียวทะเลาะกันอีกแล้ว ในองค์กรกวีแห่งชาติ ทะเลาะกันสองฝ่ายผมไม่เข้าใจ เอ๋...ผมมันตัวเปิดศึกจริงๆ ผมคิดอะไรเร็ว คิดอะไรออกผมก็นั่งเขียนออกมาได้ กลายเป็นสองฝ่ายศิลปินแห่งชาติทะเลาะกัน ผมก็กลุ้มใจจริงๆ ผมว่าคงต้องหยุดพูดสักเดือนหนึ่ง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
 
นายกฯ ซัดบุกรุกปลูกยางกว่า 3 ล้านไร่ ต้นเหตุราคายางพาราตกต่ำ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งถึงปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ในระหว่างกล่าวเปิดการประชุมและแสดงปาฐกถาพิเศษในการประชุมประจำปี 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)เรื่อง"ขับเคลื่อนแผนฯ 12 สู่อนาคตประเทศไทย"ว่า วันนี้การปลูกยางในพื้นที่บุกรุกมีถึง 3 ล้านกว่าไร่ ถ้าอีก 3 ล้านไร่ไม่มีถามว่าราคายางจะตกไหมมันไม่ตกขนาดนี้แน่ ถ้าไม่บุกรุกขนาดนี้ เพราะมันเยอะเกินไป จะไปขายให้ใคร อย่ามาบอกว่าเขาได้ดี ไม่มีทาง แม้แต่อดีตนายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย ยังพูดเองเลย ผลผลิตการเกษตรไม่มีดีกว่าเดิม ราคาจะสูงขึ้นกว่าเก่าเป็นไปไม่ได้ ขายไม่ได้ อย่างนี้ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย 
 
นายกฯ กล่าวว่า แต่ถามว่าจะเอาคนบุกรุกออกมาได้อย่างไร ก็ต้องมาหาวิธีการ หาที่ดินส.ป.ก.นโยบายของรัฐบาลนี้คือ ทำในเนื้อที่ป่าเสื่อมโทรม โดยไม่ให้โฉนด แต่พอให้ก็แอบขายให้นายทุน เป็นวงจรแบบนี้ พอมาซื้อก็บอกว่านายทุนผูกขาด วนอยู่กันอยู่แบบนี้ เพราะความจำเป็นตนรู้ ต้องไปสู่จุดที่ขายทีแต่รัฐบาลนี้เข้ามาเลยเวลานั้นมาแล้ว ที่เราต้องแก้ปัญหาตรงนี้ เอาคนออกจากป่า หาที่ดินทำกิน หาอาชีพให้ ทำมาตลอด แต่ก็ทำไม่เสร็จเสียที เพราะเป็นแสนเป็นล้านที่ปล่อยปะละเลยมา สำคัญต้องคำนึงศักยภาพพื้นที่ คำนึงตลาด คน ไม่ใช่จะปลูกพืชอย่างเดียว แล้วจะเอาน้ำที่ไหน เขื่อนไม่มี ฝนตกใต้เขื่อนส่วนใหญ่ แล้วรัฐบาลนี้ก็โดนอีกว่าแก้ไม่ได้ ซึ่งไม่ได้แก้ตัว ลองไปดูกัน

REALATED NEWS

Comments

Share Tweet Line