นายกฯยันจำเป็นออกกม.ต่างด้าว ตั้งคณะกก.ปฏิรูปตร.แล้วแก้เสร็จ9ด.

เมื่อเวลา 15.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. แถลงข่าวภายหลังการประชุมครม.กรณีการแก้ไขปัญหาแรงงานว่า การแก้ปัญหาทั้งหมดไม่ใช่ว่าเราไปฟังตามใคร สิ่งสำคัญเราต้องรู้เรื่องการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นพันธะสัญญาของโลก หากเราแก้ปัญหาไม่ได้จะพันกันหมด วันหน้าหากเรายังมีการค้ามนุษย์ หรือแรงงานเถื่อนอยู่ในระบบ ต่างประเทศก็จะไม่ซื้อสินค้าเรา เพราะเขาต้องพิสูจน์ต้นทางทั้งหมด สำหรับผลกระทบในวันนี้เราก็ต้องแก้ภายในให้ได้ เพื่อตอบทั้ง 2 ทาง เรื่องเอ็มโอยู่ที่เราได้ทำกับ 3-4 ประเทศ ปัญหาเดิมคือจดทะเบียนในสมัยรัฐบาลนี้ และต้องมีการพิสูจน์สัญชาติ โดยประเทศเขาเองก็ต้องจัดชุดพิสูจน์สัญชาติมาให้ประเทศไทย ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านสามารถทำได้ไม่กี่หมื่นคน ฉะนั้นเขาเองก็ต้องการแก้ปัญหาของเขาเองด้วย จึงต้องให้มีการจดทะเบียนที่ชายแดน ตั้งแต่เข้ามาจะต้องมีการพิสูจน์สัญชาติให้เรียบร้อย ซึ่งมีมาตรการอยู่แล้ว

 

“เราต้องแก้ปัญหาทั้งภายในประเทศ และสิ่งที่จะเสียหายในเรื่องอื่น ไอยูยูและการค้ามนุษย์ หากมีปัญหาต่อไปหากเขาไม่ซื้อสินค้าเราจะทำอย่างไร แม้เราจะสามารถทำให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้ แต่ไม่มีพื้นที่ขายเราจะทำอย่างไร นี่คือว่ายุ่งยาก ผมก็เห็นใจ แต่ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่มีกว่า 100 มาตรา แต่บางมาตราต้องมีมาตรการที่ไม่ให้เกิดผลกระทบมาก ซึ่งทุกคนต้องร่วมมือ ถ้าทำถูกกฎหมายแต่มีการเปลี่ยนงานก็ต้องไปจดทะเบียนเปลี่ยนใหม่ โดยสามารถทำได้ในประเทศ แต่หากไม่มีอะไรเลยต้องไปขึ้นทะเบียนมาใหม่ เพราะต้องพิสูจน์สัญชาติ ไม่เช่นนั้นจะกระทบกันทั้งหมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาเรื่องแรงงานอย่างไปเอื้อตามที่มีการปลุกระดมว่า รัฐบาลชุดนี้มาทำให้แรงงานเดือดร้อน และเสียผลประโยชน์ ตนขอถามว่าประโยชน์ที่ใหญ่กว่านั้นที่เราเสีย เขาเคยคำนึงถึงกันบ้างหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หรือบางรัฐบาล หรือบางคน ที่ออกมาพูดในตอนนี้ ซึ่งเห็นพูดกันว่อนไปหมด เราต้องแก้ปัญหาทุกเรื่อง และต้องฟังต่างประเทศและประเทศเพื่อนบ้านด้วย ไม่ใช่จะกำหนดเองแล้วให้เขามาทำตาม มันเป็นไปไม่ได้ ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีเรียกรับผลประโยชน์ เส้นทางแม่สอดตาก ตนได้ให้ตรวจสอบแล้ว กำลังหารือกัน ทั้งนี้ต้องมีมาตรการลงโทษหากกระทำผิดจริง ตนได้สั่งการย้ำไปแล้วว่าการที่ออกคำสั่งมาตรา 44  จะต้องไม่มีผู้ใดแฝงอยู่ทั้งสิ้น ที่สำคัญคือจะต้องไม่มีการไปตัดคนพวกนี้ตามแนวชายแดนไม่ได้ พวกเรียกรับผลประโยชน์ เรื่องการเดินทางต่างๆ ก็มีเรื่องร้องเรียนมานาน ตนไม่ละเว้นใครทั้งสิ้น ได้ให้ทางทหารไปช่วยดูด้วย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครอง ถ้ามีการเรียกรับผลประโยชน์ผมไม่ยอมทั้งสิ้น ต้องลงโทษสถานหนัก

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางการกัมพูชาปิดช่องทางอนุโลมแรงงานไปเช้า-เย็นกลับ 43 จุด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ว่า ต้องดูว่าปิดด้วยเหตุผลอะไร ซึ่งเป็นการตรวจสอบ และตรวจตราธรรมดา จะปิดไปตลอดไม่ได้อยู่แล้ว ประชาชนทั้ง 2 ฝั่งเดือดร้อน ต้องให้ฝ่ายความมั่นคงของทั้ง 2 ฝ่ายต้องไปพูดคุยหารือกัน

นายกฯ ตั้งบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ โดยมีกรรมการ 36 คน

 

ภายหลังเป็นประธานการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า วันเดียวกันนี้คณะรัฐมนตรีผ่านความเห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแต่งตั้งให้ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.สส. สมาชิก สนช.เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ โดยจะมีประธาน 1 คนที่ไม่ใช่ตำรวจ  มีข้าราชการตามตำแหน่ง 5 คน และมีคณะกรรมการอีก 30 คน โดยแบ่งเป็นข้าราชการตำรวจ 15 คน และไม่ใช่ตำรวจอีก 15 คน ตามรัฐธรรมนูญ รวม 36 คน ซึ่งสามารถแต่งตั้งเพิ่มเติมได้หรือปรับเปลี่ยนได้ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง ทั้งหมดตนได้มอบนโยบายและให้แนวทางไปแล้ว ซึ่งทางประธานคณะกรรมการฯ ก็จะประชุมหารือซึ่งตนมีเวลาทำงาน 9 เดือน วันนี้เหลือเพียง 8 เดือนเศษก็ต้องทำให้สำเร็จ ขอร้องว่าให้ใจเย็นทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไปในการแก้ปัญหา

                

“สำหรับการแต่งตั้งประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจเมื่อไม่ให้เป็นข้าราชการตำรวจ ผมจึงแต่งตั้งนายทหาร คือพล.อ.บุญสร้าง ขึ้นดำรงตำแหน่ง  เป็นดอกเตอร์ จบจากโรงเรียนนายร้อยทหารบก เวสต์ป๊อยท์ สหรัฐอเมริกา ไว้ใจได้ และท่านก็เป็นอาจารย์ของผม ซึ่งผมเชื่อมั่นท่านแต่จะไม่ไปก้าวก่าย เพราะผมไปสั่งอาจารย์ตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว แต่เชื่อว่าท่านมีวิจารณญานที่เหมาะสมในการทำงาน ซึ่งในการทำงานก็สามารถรับฟังจากบุคคลภายนอก คณะที่ปรึกษาต่างๆได้ เพื่อหาข้อสรุปว่าจะปฏิรูปอย่างไร การเปลี่ยนแปลงอะไรที่เร็วก็ค่อนข้างลำบากต้องระมัดระวัง วันนี้ความไม่สงบความรุนแรงเกิดขึ้น เราต้องทำงานให้ได้ขณะเดียวกันก็ต้องปฏิรูปไปด้วย ผมไม่ไปเอื้อประโยชน์ใครอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการให้บ้านเมืองสงบ ทุกคนได้รับความไว้วางใจจากประชาชน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

                

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนการทำงานในพื้นที่ตนจะหาวิธีให้ตำรวจได้ร่วมมือกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด ทหาร ข้าราชการและพลเรือนในการทำงานในพื้นที่ให้ได้เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เป็นการทำงานลักษณะการทำงานในเชิงยุทธการ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ไม่เช่นก็จะไม่เกิดการเชื่อมโยงกัน แต่ทั้งหมดก็อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)  สำหรับการเลื่อนยศ ปลดย้าย ก็ยังคงเป็นอำนาจของ ผบ.ตร.ตามเดิม ซึ่งการทำงานมีหลายสายจึงได้แย่งให้เอาสายยุทธการการข่าวไปทำให้พื้นที่ด้วย

                

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจาก ครม.ผ่านความเห็นชอบแต่งตั้งประธานฯและคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจแล้วก็จะลงมือทำงานทันทีเลย  ซึ่งพล.อ.บุญสร้างก็จะประชุมคณะกรรมการฯทั้งหมดซึ่งรัฐบาลเป็นผู้แต่งตั้งมา  โดยจะต้องไปทำงาน 3 อย่าง ทั้งในเรื่ององค์กร กฎหมาย และบุคคลากร ซึ่งรวมถึงการสอบสวน การทำงาน แต่จะให้เปลี่ยนแปลงแบบชาติตะวันตกหรือสหรัฐอเมริกาเลยทันทีคงยังไม่ได้  ในการปฏิรูปอะไรเราต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับประเทศของเรา ไม่ใช่ทำอะไรแบบไทยแท้อย่างเดียวไม่ได้ ทุกอย่างต้องมีกติกาเพราะประชากรเรามีมากขึ้น สังคม ภาคธุรกิจมีการเจริญเติบโตมากขึ้น “วันนี้เราอย่าไปฟังใครเขาพูดก็เชื่อ คิดแบบเดิมพูดไปเรื่อยๆ ไม่สำเร็จกันสักที วันนี้รัฐบาลทำทุกอย่างไม่ต้องกลัว”

                

สำหรับพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์  เกิด 15 มกราคม พ.ศ. 2491 ที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี)  อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทย และเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กรรมการและที่ปรึกษาในคณะกรรมการเพื่อเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 6 ศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยทหารบก “เวสต์ป๊อยท์” สหรัฐอเมริกา

 

นายกฯ ขออย่าเร่งเยือนสหรัฐฯ ชี้ทั้งสองฝ่ายต้องมีความพร้อม

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความชัดเจนเรื่องการเยือนสหรัฐอเมริกาว่า อย่าไปเร่งรัดให้มากนักเพราะเป็นเรื่องการหารือกัน ถ้าต่างฝ่ายต่างมีความพร้อมก็จะไปพูดคุยกันเอง ไทยก็ต้องเตรียมความพร้อมไว้อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง ซึ่งต้องหารือระหว่างไทยกับสหรัฐฯด้วยต้องมีความพร้อมกันก่อน วันนี้จะให้มีการหารือกันในระดับรัฐมนตรีและระดับปลัดกระทรวงให้มีการประชุมร่วมกันก่อน

 

นายกฯ ยันคุมโซเชียลไม่เกี่ยวซิงเกิลเกตเวย์ โยนสปท.พิจารณาเหมาะสมหรือไม่

 

 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีข้อเสนอสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ให้มีการควบคุมโซเชียลมีเดียว่า ไม่ใช่เรื่องซิงเกิลเกตเวย์ก็ต้องไปดูว่าจะทำอย่างไร ถ้าจะมีการกระทำความผิดเราจะตรวจสอบอย่างไร ถ้าตรวจสอบไม่ได้ปัญหาก็พันกันอยู่แบบนี้ มันมีวิธีการอื่นหรือไม่ ถ้ามีวิธีที่ดีกว่านี้ก็ขอให้เสนอมา แต่ถ้าไม่มีก็รับไปพิจารณาว่าจะทำอย่างไร จะครอบคลุมแค่ไหนและถึงตรงไหนก็ว่ากันมา

“ผมไม่ต้องการไปควบคุมประชาชน มันไม่ใช่ รัฐบาลไม่เคยมุ่งหวังแบบนั้น เพราะถ้ามุ่งหวังแบบนั้นผมคงไม่พูดมาถึง 3 ปีหรอก ถ้าผมก็พูดของผมคงเดียว แล้วก็ไม่ฟังใครทั้งสิ้น แต่นี่คือสิ่งที่ผมฟังทุกคน ที่ผ่านมาคนที่มาจากการเลือกตั้งเขาฟังแล้วทำกันหรือไม่ หรือเอาแต่ฟังแล้วไม่ต้องทำก็ไม่รู้ไปเลือกเอา” นายกฯกล่าว

 

 

นายกฯ มึน เคยติงสำนักการคลังกทม.ใส่เสื้อไม่มีตราสัญลักษณ์ตอนไหน

 

เมื่อเวลา 15.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์กรณีสำนักการคลัง กทม. จ้างทำเสื้อโปโล 2 แสนตัว วงเงิน 50 ล้านบาท โดยใช้งบเร่งด่วน อ้างว่านายกรัฐมนตรีท้วงติงตอนตรวจน้ำท่วมว่าใส่เสื้อไม่มีตราสัญลักษณ์ว่า “ผมจะไปรู้เรื่องได้อย่างไร กทม.ทำไม่ได้ขอผม มันเหมาะสมหรือไม่ จะมาอ้างผมอย่างนี้ไม่ได้ มาอ้างผมท้วงติงใส่เสื้อไม่มีสัญลักษณ์ ผมท้วงตอนไหน ไม่รู้ จำไม่ได้ จะเสื้ออะไรก็แล้วแต่ ก็ต้องทำงาน ผมไม่ไปก้าวล่วงการใช้งบประมาณ แต่จะใส่อะไรก็ได้ คนใส่เสื้อมีตราสัญลักษณ์แล้วทำงานรึเปล่า ถ้าไม่ใส่เสื้อมีตราฯแล้วทำงานมากกว่าก็ไม่ต้องใส่ก็ได้ เสื้อไม่เลอะ”

 

นายกฯ ให้กรมทางหลวงตรวจสอบสร้างสนามกีฬาไม่เสร็จตามกำหนด    

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์กรณีการก่อสร้างสนามกีฬาตามข้อตกลงของการกีฬาแห่งประเทศไทยกับกรมทางหลวง ปีงบประมาณ 2555-2558 วงเงินกว่า 965 ล้านบาท ซึ่งไม่มีสนามใดทำเสร็จตามกำหนด และพบไม่ได้มาตรฐานหลายด้านว่า ตนให้กรมทางหลวงไปชี้แจงและดำเนินการในส่วนที่ยังไม่เรียบร้อยจะทำอย่างไร ปัญหาอยู่ตรงไหน ถ้าผิดก็ลงโทษ สอบสวนตามกระบวนการและทำให้เสร็จ ค้างคาอยู่อย่างนี้ไม่ได้ อะไรที่ทุจริตต้องสอบให้ได้และลงโทษไป เพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จทุกเรื่อง

 

นายกฯ เมินนักการเมืองอ้อนขอประชุมพรรค บอกจะเรียกร้องก็เรียกร้องไป

 

 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีฝ่ายการเมืองเรียกร้องให้ คสช. พิจารณาผ่อนปรนเรื่องการการประชุมพรรคและกิจกรรมทางการเมืองในช่วงนี้ว่า "ให้เรียกร้องไป อย่าไปเรียกร้องแทนเขาทำไม"

REALATED NEWS

Comments

Share Tweet Line