นายก ย้ำรัฐมุ่งปฏิรูปกม.กระบวนการยุติธรรม สร้างรากฐานปกครองปชต.

นายก ย้ำรัฐมุ่งปฏิรูปกม.กระบวนการยุติธรรม สร้างรากฐานปกครองปชต.
เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 4 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระบรมวงศานุวงษ์ ทุกพระองค์ทรงห่วงใยราษฎรที่ได้รับผลกระทบทั้งในการดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการ “เราทำความดีด้วยหัวใจ หน่วยพระราชทาน และประชาชนจิตอาสา” เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นการด่วน ณ พื้นที่ประสบภัย โดยการประกอบอาหารกล่องแจกจ่ายให้กับประชาชน รวมทั้งพระราชทานน้ำดื่ม และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
 
นอกจากนี้ได้ทรงเน้นเรื่องการนำโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาสู่การปฏิบัติให้สมบูรณ์ในทุกพื้นที่ พร้อมทั้งให้ประชาชนได้มีโอกาสร่วมกันดูแล ทางราชการต้องประชาสัมพันธ์โดยเปิดเผยทุกเรื่องให้ชัดเจน ทั้งนี้บางสถานที่อาจใช้เวลายาวนานแล้ว วันนี้อาจจะแก้ปัญหาได้ไม่พอเพียง เนื่องจากสถานการณ์มันมากเกินปกติ ขอให้ทุกคนเข้าใจถึงปัญหา ในการนี้ รัฐบาลได้อัญเชิญพระกระแสรับสั่งฯ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อครั้งเกิดอุทกภัยภาคใต้ ที่ผ่านมามาเป็นแนวทางพระราชทาน สำหรับดำเนินการอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ด้วย
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนเห็นว่าสื่อโซเชียล จะต้องมีบทบาทอย่างมาก ในการเผยแพร่ข่าวสารที่มีประโยชน์ต่อผู้ประสบภัย และการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตนขอชื่นชม แต่สำหรับบางข้อมูลที่มีการส่งต่อ ๆ กัน ซึ่งอาจจะไม่อ้างอิงแหล่งที่มา หรือไม่มีความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล ก็ขอให้เป็นบทเรียน ในเหตุการณ์ในอนาคต ว่าควร “งดส่งต่อ” หรือ “ตรวจสอบความถูกต้อง” ก่อนเสมอ เนื่องจากจะเป็นอุปสรรคในการทำงาน หรือซ้ำเติมสถานการณ์โดยไม่เจตนาได้ อยากให้เสนอข่าวให้ประชาชนคลายความตื่นตระหนก แล้วก็ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการแก้ไขปัญหา เป็นกำลังใจเจ้าหน้าที่ ที่ต้องทำงานอย่างหนัก
 
นายกฯ เชิญชวนทุกคนร่วม "โครงการประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน" ปลูกฝังจิตสำนึกอนุรักษ์ต้นไม้
 
เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 4 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า ในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา 12 สิงหาคม 2560 มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ร่วมกับ 25 องค์กร ที่ดำเนินโครงการ สนองพระราชดำริ ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะจัดงาน “สีสันพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ครั้งที่ 11 ขึ้น ภายใต้แนวคิด “ด้วยพระเมตตาดั่งสายธาร” ระหว่างวันที่ 9 - 14 สิงหาคม ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ
 
"ผมขอเชิญชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ด้วยการไปร่วมในงานดังกล่าว หรือ การใช้ชีวิตประจำวันของเรา นอกจากนี้ ขอเชิญชวน ปวงชนชาวไทย ร่วมใน “โครงการประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน” บนพื้นที่ของท่าน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สาธารณะ-พื้นที่ป่า-พื้นที่รัฐ ที่ทางราชการกำหนด โดยเริ่มดำเนินการพร้อมกันทั้งประเทศในวันที่ 7 สิงหาคม และเรื่อยไปจนถึง 30 กันยายนนี้ ทั้งนี้ เพื่อจะเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9"
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี และร่วมกันกระทำความดี ให้กับประเทศชาติ และปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ต้นไม้ และทรัพยากรป่าไม้ ให้แก่ชนรุ่นหลัง อยากให้ทุกคนภาคภูมิใจ ดูแล “ต้นไม้ของท่าน” ให้เติบโตอย่างมั่นคง แตกกิ่งก้านสาขาให้ความร่มเย็น เปรียบเสมือนกับสิ่งที่เรากำลังทำร่วมกันในวันนี้ ทั้งนี้ก็เพื่อความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ของประเทศชาติ และลูกหลานไทยในอนาคต ร่วมกันทำถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันด้วย ขอให้ทุกคนร่วมมือ - ร่วมใจกัน และ ตั้งใจทำหน้าที่ของตน “ให้ดีที่สุด”
 
นายกฯ ชี้รบ.แก้ปัญหายั่งยืนได้ ต้องปลอดจาก"ประท้วง-ซื้อเสียง-ประชานิยม"ยันมุ่งมั่นปฏิรูปก.ม.-กระบวนการยุติธรรม สร้างนิติรัฐนิติธรรม สู่รากฐานการปกครองระบอบปชต.ยึดมั่น 3 อำนาจอธิปไตย "นิติบัญญัติ-บริหาร-ตุลาการ"ถ่วงดุลกัน ไร้ก้าวล่วง
 
เมื่อเวลา 20.15 น.วันที่ 4 ส.ค.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน"ว่า พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับคนไทย และชาวโลกได้เห็นพัฒนาการที่ดีของเราในอนาคต โดยตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และคณะกรรมการปฏิรูปในแต่ละด้าน เพื่อเข้ามาดำเนินการจัดทำร่างแผนการปฏิรูปประเทศ และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรม การยุทธศาสตร์ชาติมอบหมาย ทั้งนี้เวลาที่จำกัด เพื่อความรอบคอบ รัฐบาล และคสช.ได้เตรียมการล่วงหน้าที่สามารถดำเนินการได้ ผ่านการสนับ สนุนการทำงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง(ป.ย.ป.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) 
 
โดยทำการศึกษา รับฟังความเห็น และทำข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศต่างๆไว้ เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการทำงานต่อเนื่องของคณะกรรมการทั้ง 2 คณะตามรัฐธรรมนูญ สำหรับส่ิงสำคัญในการปฏิรูปมีอยู่ 2 ประการคือการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ใช้ความรู้ ประสบการณ์ ริเริ่ม สร้างสรรค์ ผ่านช่องทางการมีส่วนร่วม เปิดกว้างเข้าถึงกลไกภาครัฐ ได้นักวิชาการ นักคิดที่ต้องเป็นนักปฏิบัติด้วย เพราะปัญหาอยู่ที่การขับเคลื่อน มีความขัดแย้งหลายอย่าง มีความเห็นต่าง บางอย่างก็ยากมากเกินไปที่ทุกคนจะเข้าใจ ทุกอย่างเหล่านี้จะเป็นปัญหาทำให้การปฏิรูปของเราไม่สำเร็จ ที่ผ่านมาก็มีหลายอย่างที่สำเร็จไปแล้ว ในรายละเอียดปลีกย่อยใหญ่ๆ น่าจะยังมองดูว่ายังช้าอยู่ แต่ทุกอย่างจะต้องแก้จากเล็กถึงจะไปแก้ใหญ่ๆ ได้ ถ้าเราคิดจะทำอันใหญ่ โดยที่ไม่แก้เล็กๆ ข้างล่างไปไม่ได้หรอก เพราะเป็นกิจกรรมที่ยึดโยงด้วยกันหมด
 
ประการที่ 2 การจัดทำและการบังคับใช้กฎหมาย คงไม่เป็นเพียงจะเป็นแค่พื้นฐานของการปฏิรูปประเทศ ยังเป็นการสร้างความปรองดองของคนในชาติอีกด้วย ทุกคนมาอยู่ภายใต้กฎหมายอันเดียวกัน เคารพกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม เพราะว่าถ้าไม่มีการละเมิดกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ก็จะไม่มีความขัดแย้ง เจ้าหน้าที่ก็ไม่เสียหาย ประชาชนก็ไม่เดือดร้อน ประเทศก็มีเสถียรภาพ และพร้อมสำหรับการพัฒนา แล้วก็เดินหน้าไปสู่การปฏิรูปในทุกๆ เรื่องที่กล่าวมา ทั้งนี้การปฏิรูปที่ต้องเปลี่ยนแปลงครบวงจร จะยิ่งเกิดปัญหาอยู่กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ทำให้เดินไปได้ช้า ซึ่งตนไม่อยากใช้กฎหมายบังคับให้มากจนเกินไป เพียงแต่ขอความเข้าใจ ขอความร่วมมือว่าเราจะต้องทำอะไรร่วมกันบ้าง
 
"ทั้งนี้ที่ผ่านมารัฐบาลและคสช.ได้ให้ความสำคัญกับกฎหมายและกระบวนยุติธรรมมาโดยตลอด เนื่องจากเห็นว่า นอกจากจะเป็นการสร้างนิติรัฐ และนิติธรรมในสังคมไทยแล้ว ยังเป็นรากฐานสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งทุกคนต้องเคารพกฎหมายและยึดมั่นในทั้ง 3 อำนาจอธิปไตย คือ อำนาจนิติบัญญัติ  อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ ที่สามารถตรวจสอบ ถ่วงดุลกัน และเป็นอิสระ ไม่ก้าวล่วงอำนาจซึ่งกันและกัน"นายกฯกล่าว
 
ยกตัวอย่างการปฏิรูป อย่างการผลักดันกฎหมายใหม่ๆ ที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหาความเดือดร้อนและลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน การปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของหน่วยงานราชการ หรือแม้แต่การปฏิรูปการเกษตร โดยการร่วมกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ การลดพื้นที่ปลูกข้าว ปลูกพืชผสม เลี้ยงปศุสัตว์ อย่างในโครงการโคบาลบูรพาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งที่จ.สระแก้วอยู่ใกล้ชายแดนเชื่อมต่อแหลมฉบัง เชื่อต่อกรุงเทพฯกับฟาร์มโชคชัย ปากช่อง โคราช โดยที่ไมต้องอาศัยน้ำฝนเท่านั้น ถ้าฝนไม่ตก ก็ไม่มีน้ำ แล้วเราจะเอาน้ำจากที่ไหน เจาะบาดาลก็เจาะไม่ได้มากนัก บางพื้นที่ก็ไม่มีเลย สร้างคลองชลประทานได้ก็ไม่คุ้มค่า
 
ส่วนพื้นที่แล้งซ้ำซากให้กลายเป็นทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ หาม้ามาให้เช่าขี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวก็ได้ และรัฐบาลไม่ต้องหว่านเงินแก้ปัญหาภัยแล้งให้ชาวนาอีกต่อไป เราจะประหยัดได้อีกไม่รู้เท่าไหร่ แต่คงต้องอาศัยเวลาบ้าง แต่จะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ไม่ต้องมีการประท้วง ไม่ต้องมีการซื้อเสียง ไม่มีการทำประชานิยม ที่ไม่เป็นประโยชน์ให้รัฐบาลเอาเวลาไปแก้ปัญหาอย่างอื่นที่ยากกว่านี้ดีกว่า ทุกรัฐบาลช่วยเหลือสนับสนุนเกษตรกรให้มีรายได้มั่นคง ยั่งยืน เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนมาในทุกยุคทุกสมัย รัฐบาลนี้และ คสช.ก็เช่นกัน
 
 

REALATED NEWS

Comments

Share Tweet Line