มทร.ธัญบุรี บริการความรู้ สร้างสุขภาวะ ชุมชนวัดปัญญานันทาราม

มทร.ธัญบุรี บริการความรู้  สร้างสุขภาวะ ชุมชนวัดปัญญานันทาราม

คณะพยาบาลศาสตร์ และวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี จัดโครงการพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพสำหรับพระภิกษุ สามเณร ประเมินภาวะสุขภาพ จัดทำระบบฐานข้อมูลสุขภาพ พัฒนารูปแบบห้องพยาบาลและให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ เพื่อสุขภาวะที่ดี ณ วัดปัญญานันทาราม จ.ปทุมธานี

อาจารย์สุวิมล  พนาวัฒนกุล อาจารย์ประจำสาขาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เผยว่า ด้วยความร่วมมือและความต้องการของทางวัดปัญญาฯ ประกอบกับความพร้อมของทางคณะ จึงได้ร่วมกับวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย จัดกิจกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพสำหรับพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และเจ้าหน้าที่จิตอาสา

เราลงพื้นที่ร่วมกับนักศึกษาจากวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย ตรวจและประเมินภาวะสุขภาพเบื้องต้น การรับรู้เกี่ยวกับสุขภาพ การโภชนาการและการเผาพลาญ การขับถ่าย การออกกำลังกาย การพักผ่อน การจัดการความเครียด รวมถึงการตรวจร่างกาย เพื่อการจัดทำระบบฐานข้อมูลสุขภาพต่อไป ขณะเดียวกันยังได้พัฒนารูปแบบห้องพยาบาลใหม่ตามมาตรฐานห้องพยาบาล จัดทำคู่มือการใช้ยา อบรมภาคปฏิบัติการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์พื้นฐาน การทำน้ำเกลือแร่ การดูแลอุบัติเหตุเบื้องต้น

“ห้องพยาบาลที่ดีและมีมาตรฐาน ส่วนหนึ่งจะต้องมีการบริหารจัดการยาที่ดี เพราะยามีวันหมดอายุ และต้องวางแผนการใช้ยาอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการในครั้งนี้ มั่นใจว่าภาวะสุขภาพคนในวัดปัญญาฯ จะดียิ่งขึ้น” อาจารย์สุวิมล  กล่าว

รศ.เสาวลักษณ์  เล็กอุทัย อาจารย์ประจำสาขาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ กล่าวเสริมว่า ห้องพยาบาลจะต้องมีข้อมูลทะเบียนผู้ใช้บริการ ข้อมูลคลังยา รายงานสรุปข้อมูล ข้อมูลสำหรับการส่งต่อเพื่อการรักษา รู้สึกดีใจที่ได้มาถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิชาชีพที่เรามี และได้ร่วมกันแบ่งสัดส่วนห้องพยาบาลใหม่เพื่อความเหมาะสม “หลายคนมีความเชื่อในทิศทางเดียวกันว่าการทำบุญด้วยยาเป็นการถ่ายเททุกข์โศกโรคภัย แต่จะดีกว่านั้นหากใส่ใจถึงความต้องการของทางวัดและคุณภาพยา”
 
 

ด้านอาจารย์ปัฐมาภรณ์ ราชวัฒน์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี เล่าว่า นักศึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยกว่า 60 คน เข้าร่วมโครงการ โดยทำกิจกรรมหลัก 2 กิจกรรม คือการตรวจและประเมินภาวะสุขภาพเบื้องต้น และอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพ เช่น ธาตุเจ้าเรือน การกินอาการตามธาตุ การอบสมุนไพรที่เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการรักษา โดยส่วนใหญ่จะพบปัญหาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณหลังเป็นส่วนใหญ่สำหรับพระภิกษุสงฆ์ ภาพรวมทั้งหมดในโครงการ ถือว่าประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหมายและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทางวัดปัญญาฯ

“การเชื่อมถึงกันระหว่างวัดและมหาวิทยาลัยสำหรับโครงการครั้งนี้ เป็นการเชื่อมโยงส่งต่อความรู้ เป็นการสร้างความผูกพันของสถานที่ เป็นการเพิ่มและปลูกฝังทักษะทางสังคมของนักศึกษา อันจะสร้างประสบการณ์ในชีวิตที่ดี” อาจารย์ปัฐมาภรณ์ กล่าวสรุป

ขณะที่ตัวแทนจากวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยที่ร่วมโครงการ นายธนากร  เจริญพิบูลย์ (แผ่นฟิล์ม) นักศึกษาชั้น      ปีที่ 2 เล่าว่า เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมกิจกรรมในลักษณะนี้ ได้ใช้ความรู้ในด้านการแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่เรียนมา “บางครั้งการเข้าวัดไม่ได้มาตามหาความสบายใจกลับไปอย่างเดียว แต่สามารถส่งต่อความรู้เพื่อทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นในวัดได้เช่นกัน”

ส่วน น.ส.วรรณิศา  นุ่มประเสริฐ หรือเจน นักศึกษาชั้นปีที่ 2 เล่าว่าได้ร่วมทำความสะอาดและจัดแต่งห้องพยาบาล ภายใต้การดูจากอาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์ และได้ร่วมให้ความรู้ธาตุเจ้าเรือน การดูแลตนเองตามหลักธาตุเจ้าเรือน ซึ่งเป็นการนำความรู้ที่ได้ศึกษามาเผยแพร่ต่อไป และเป็นการทบทวนความรู้ให้กับตนเองอีกด้วย “เมื่อเรียนจบและมีประสบการณ์มากยิ่งขึ้นด้านการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ตั้งใจว่าจะเปิดคลินิกเพื่อส่งเสริมและให้บริการสุขภาพแก่ประชาชน ในราคาที่เหมาะสม โดยเป็นราคาที่ประชาชนยอมรับได้และเราเองก็อยู่ได้ จะได้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกด้านการดูแลสุขภาพ”
 

REALATED NEWS

Comments

Share Tweet Line