ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย คว้ารางวัล GFA Label ระดับสูงสุด เป็นรายแรกในเอเชียแปซิฟิก

ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย คว้ารางวัล  GFA Label ระดับสูงสุด เป็นรายแรกในเอเชียแปซิฟิก

ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย คว้ารางวัล Green Freight Asia Label ระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด จาก Green Freight Asia (GFA) อันเป็นผลจากความพยายามอย่างต่อเนื่องของดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย ในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ การใช้เชื้อเพลิงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และการนำนวัตกรรมมากมายมาใช้เพื่อให้การดำเนินงานมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โดยเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจของดีเอชแอลระดับโลก ที่ต้องการลดการปล่อยมลพิษที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจให้เป็นศูนย์ (Zero Emission) ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยดีเอชแอล ซัพพลายเชน ผู้นำด้านโซลูชั่นการขนส่งระดับโลก ถือเป็นบริษัทรายแรกในเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับรางวัลนี้

ภายในพิธีมอบรางวัล มร. เจมส์ แมคเคลียรีย์ หัวหน้าภาคการขนส่งประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมาร์ ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย กล่าวว่า “ดีเอชแอล ซัพพลายเชน มีความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับ Green Freight Asia และถือเป็นเกียรติที่เราเป็นบริษัทแห่งแรกในเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับรางวัลระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดครั้งนี้ หลังจากที่เราเคยได้รับรางวัลระดับ 2 และ 3 เมื่อปี ค.ศ. 2015 และ 2017 ตามลำดับ การได้รับรางวัลระดับสูงสุดถือเป็นสิ่งยืนยันว่าเรามุ่งมั่นสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่สิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง และเรากำลังอยู่บนแนวทางที่ถูกต้องสู่การลดการปล่อยมลพิษที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจให้เป็นศูนย์ (Zero Emission) ภายในปี ค.ศ. 2050”

แนวทางการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของดีเอชแอลเกิดขึ้นจากการที่บริษัทต้องการยกระดับบริการ การขนส่งและประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันระหว่างเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการดำเนินธุรกิจที่เปี่ยมประสิทธิภาพ อีกหนึ่งสิ่งที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในเรื่องนี้ของ ดีเอชแอล คือ Transport Management Center (TMC) ซึ่งเป็นศูนย์บริหารจัดการการขนส่งเพื่อคอยติดตามสถานะของยานพาหนะขนส่งตลอด 24 ชั่วโมง บวกกับอุปกรณ์เทเลมาติกส์ (Telematics) ที่ได้ถูกนำมาใช้งานร่วมกัน ได้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของ TMC ในการจัดการเส้นทางขนส่งและพัฒนาการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้ระยะทางการขนส่งน้อยลงจากการวางแผนการเดินรถที่ดีขึ้น อีกทั้งช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้รถให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่าสูงสุด ลดโอกาสที่รถจะถูกจอดไว้โดยไม่ได้ใช้งาน  พร้อมการประหยัดค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษาอีกด้วย และนั่นทำให้บริษัทสามารถลดการใช้น้ำมันไปได้ถึง 12% และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ถึง 9% ซึ่งถือเป็นอัตราการลดลงที่มากกว่าค่ามาตรฐานด้านประสิทธิภาพการใช้น้ำมันของเอเชียที่กำหนดไว้

การใช้โซลูชั่นนวัตกรรมที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการทำงาน ถูกยึดถือเป็นองค์ประกอบหลักในวัฒนธรรมองค์กรของดีเอชแอล บริษัทมีรถขนส่งจำนวนกว่า 4,000 คันวิ่งส่งสินค้าทั่วประเทศไทยในทุกๆวัน นั่นทำให้ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย ต้องการที่จะช่วยแก้ไขและลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ผ่านการดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์บนแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงยังคงดำเนินไป แต่ด้วยเจตนารมณ์ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวและความร่วมแรงร่วมใจของบรรดาบริษัทผู้ให้บริการขนส่ง Green Freight Asia (GFA) ได้ถูกก่อตั้งขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการแต่ละรายใช้น้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  พร้อมทั้งร่วมกันลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ และต้นทุนการขนส่งโดยรวมให้ต่ำลง รางวัล GFA LAbel มีการยกย่องคุณภาพการดำเนินงาน 4 ระดับ โดยบริษัทที่ได้ตราสัญลักษณ์ใบไม้หนึ่งใบ แสดงถึงความพยายามในการดำเนินธุรกิจการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในขั้นต่ำสุด ส่วนบริษัทที่ได้ตราสัญลักษณ์ใบไม้สี่ใบ แสดงถึงองค์กรที่เป็นผู้นำในการสร้างความยั่งยืนแก่สิ่งแวดล้อมที่แท้จริง

โรซาน เดสมิชต์ ผู้อำนวยการ Green Freight Asia กล่าวว่า “เราขอแสดงความยินดีกับทีมงานดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย กับความสำเร็จอันน่าชื่นชมกับการได้รับรางวัล GFA Label ระดับ 4 นับเป็นเรื่องที่น่าปลื้มใจที่เราได้เห็นว่าความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนแก่สิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นแค่เรื่องทางทฤษฎีในเอกสาร แต่ได้ถูกนำมาใช้ปฏิบัติจริงจนเกิดผลลัพธ์ที่ประเมินได้ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วจากการที่ดีเอชแอลได้รับรางวัลจาก GFA พร้อมตราสัญลักษณ์ใบไม้ 4 ใบซึ่งถือเป็นรางวัลระดับสูงสุดของเรา ดีเอชแอล ประเทศไทยมีนวัตกรรมที่ช่วยจัดเก็บข้อมูลเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ อันสะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ในการมุ่งมั่นสู่แนวทางการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานควบคู่กัน จึงกล่าวได้ว่า ดีเอชแอลถือเป็นแบบอย่างที่ดีในอุตสาหกรรมการขนส่งระดับโลก”

Comments

Share Tweet Line