ลูกน้ำ พาเมล่า ไม่เคยเจอพ่อแท้ๆ มา 47 ปี เผยอุบัติเหตุที่ทำให้เลิกขับรถตลอดชีวิต

ลูกน้ำ พาเมล่า ไม่เคยเจอพ่อแท้ๆ มา 47 ปี เผยอุบัติเหตุที่ทำให้เลิกขับรถตลอดชีวิต

ห่างหายจากหน้าจอไปนานเลยทีเดียว สำหรับนักร้องยุค 90 อย่าง ลูกน้ำ พาเมล่า เบาว์เด้นท์ ที่ล่าสุด ลูกน้ำ มาเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บSHOW ทางช่อง ONE31 ที่มีนุ้ย สุจิรา และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

 



ครั้งก่อนบอกว่าจะขออยู่โสดไปตลอดชีวิต มีคนเข้ามาไหม?
ลูกน้ำ : โอ๊ย มันก็มีบททดสอบ เพราะว่าอะไรที่เราตั้งใจก็จะโดนทดสอบอยู่แล้ว เราถวายเป็นสัจจะเลย ไม่คืนคำ คือเราตั้งใจแล้ว แต่มีคนเข้ามาเราก็คุย แต่ก็คุยประมาณหนึ่งว่าเราเป็นเพื่อนกันนะ เราตั้งใจไม่มีคู่แต่กัลยาณมิตร 

เราไม่หวั่นไหวบ้างหรอ?
ลูกน้ำ : คือพี่ไม่มีเวลาเหงาเลย พี่เอาเวลาไปนั่งทำงาน ทำกับข้าว นั่งดูนิสัยตัวเอง


แล้วถ้าเจอสายธรรมมะด้วยกันแบบนี้จะมีสิทธิ์ได้คุยไหม?
ลูกน้ำ : โอกาสที่ได้เจอคนมันมีเยอะมาก แต่ว่าโอกาสที่เราจะคิดอะไรมากกว่าการได้เป็นกัลยาณมิตรมันไม่มีแล้ว ด้วยความที่เราอาจจะชินกับการอยู่คนเดียวเป็น 10 ปีแล้ว เราไม่เหงา เราอยู่ได้ เรามีเพื่อน มีงาน เรามีอะไรทำเยอะแยะไปหมดเลย


เพราะเข็ดกับความรักครั้งเก่าหรือเปล่า?
ลูกน้ำ : พี่ไม่อยากใช้คำว่าเข็ด แต่พี่รู้สึกว่าเราเห็นคุณค่าของความเป็นกัลยาณมิตรมากกว่า 


ขออนุญาตถามถึงรักครั้งเก่ากับพี่แห้ว รีเจนซี่ ตอนที่เลิกกันก็มีคำครหามาถึงพี่ลูกน้ำ ว่าไปหักอกเขาบ้างแหละหรือพอเขาเงินหมดแล้วเราก็ทิ้ง?
ลูกน้ำ : เป็นเรื่องที่พี่ไม่ค่อยได้พูด มันก็เลยกลายเป็นคนร้าย จริงๆ แล้วพี่เป็นคนหาเงินใช้เองตั้งแต่อายุ 16 ปี เกิดมาไม่เคยขอเงินใครใช้ อย่างตอนแต่งงานก็แบ่งการรับผิดชอบร่วมกัน อย่างพี่เขาก็ดูแลค่าเช่าบ้าน แล้วเราก็ดูแลค่าใช้จ่ายจิปาถะภายในบ้าน มีบางครั้งที่มันขาดถ้าเรามีเราก็เติมให้ อยู่ด้วยกันเหมือนเพื่อน ช่วยกันดูแลมากกว่า


แล้วจริงๆ เป็นเพราะอะไรที่ทำให้เลิกกัน?
ลูกน้ำ : เพราะว่าเราอาจจะศึกษากันน้อยเกินไป ทัศนคติเป็นเรื่องที่สำคัญมาก จนในที่สุดเราตัดสินใจเป็นเพื่อนกัน จากกันด้วยปัญญาดีกว่าอยู่กันด้วยปัญหา


พี่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ด้วยธรรมมะ แล้วงานที่ต้องเซ็กซี่ ด้วยงานที่มันขัดกับภาพธรรมมะมันแบ่งยังไง?
ลูกน้ำ : มันเป็นนหน้าที่คือสิ่งที่เราต้องทำ ดำรงเลี้ยงชีพ เราก็รับผิดชอบในส่วนของเรา แต่ก็ดูไม่ให้มันเยอะจนน่าตกใจ พักหลังๆ ถ้าไม่ใช่งานถ่ายแบบพี่จะไม่แต่ตัวเซ็กซี่


แต่หลังๆ ไม่ค่อยเห็นงานแสดง พี่ลดลงไหมค่ะ?
ลูกน้ำ : พี่อยู่ของพี่ปกติ แต่อยาจจะไม่ได้โผล่ตามหน้าจอทีวี แต่พี่มีเล่นละครเวทีแล้วก็ทัวร์คอนเสิร์ต ถ้ามีติดต่อมา ก็รับได้ ถ้าเวลาได้


บางคนก็เม้าท์ว่าขาลง?
ลูกน้ำ : มันปกติ อยู่มาตั้งแต่ปี 90 พี่เคยพีคสุด แล้วก็ลงสุด แล้วขึ้นไปพีคใหม่ แล้วก็ลง สุดท้ายแล้วมันก็คือหน้าที่การงานที่เราต้องรับผิดชอบแค่นั้นเอง

แต่ยืนยันว่าไม่ได้อยากจะออกจากวงการ?
ลูกน้ำ : ไม่ๆ เราอยู่มาตั้งแต่อายุ 13 ปี ตอนนี้ 47 ปี ไปทำอย่างอื่นก็ไม่ถนัดแล้ว

เราทำใจและเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ยังไง?
ลูกน้ำ : พี่เจอมาตั้งแต่สมัยทำงานแรกๆ เดี๋ยวมันก็ขึ้น เดี๋ยวมันก็ลง จนเรารู้ว่ามันเป็นของมันแบบนี้ เราแค่มีหน้าที่รับรู้มัน ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่พี่ก็อยู่ของพี่แบบนี้ พี่มีความสุขกับทุกวัน


เห็นว่าเรื่องที่เสียใจ นอกจากเรื่องเข้าใจผิดหนักๆ คือเรื่องของคุณพ่อ?
ลูกน้ำ : ก็เหมือนเป็นปม ที่นามสกุล เบาว์เด้นท์ คุณพ่อเป็นชาวอังกฤษ เป็นพ่อเลี้ยงของพี่ คุณแม่แต่งงานใหม่ตอนอายุ 10 ขวบ กับคุณพ่อคนนี้ แล้วคุณพ่อดูแลพี่อย่างดีมาตลอด โตมาได้ด้วยแนวคิดที่เป็นบวกของคุณพ่อ


แต่ก็มีช่วงที่เสียใจมากคือคุณพ่อจากไป?
ลูกน้ำ : ใช่ค่ะ เมื่อประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว คุณพ่ออยู่อังกกฤษซึ่งเราไม่ได้อยู่ด้วย คุณพ่อมีโรคประจำตัวก็คือ โรคหัวใจกับเบาหวาน แล้วเขาอยู่คนเดียว เขาจะโทรมาคุยกับเราทุกอาทิตย์ แล้ววันนึงเขาบอกว่าไอเป็นแผลที่นิ้ว ไปตัดมา ไม่ต้องห่วงยังเหลืออีก 9 นิ้ว แล้วหลังจากนั้นไม่นานติดต่อแกไม่ได้จนสถานฑูตโทรมาบอกว่าคุณพ่อเสียแล้ว

นาทีนั้นได้ฟังแล้วรู้สึกยังไงบ้าง?
ลูกน้ำ : ก็ว่าง โล่ง มันเหมือนเราไม่มีโอกาสได้ดูแลท่าน ท่านเลิกกับคุณแม่ ท่านกลับไปอยู่อังกฤษ พอเราไปอังกฤษเราก็ไปเยี่ยม แต่เราก็ไม่ได้ไปบ่อย

ปมที่พี่บอกว่าติดอยู่ในใจคืออะไร?
ลูกน้ำ : คือพี่ไม่มีโอกาสได้พบคุณพ่อจริงๆ ที่ให้กำเนิด คุณพ่อพี่จริงๆ เป็นชาวอเมริกัน เป็นทหาร ซึ่งพอพี่เกิดได้ประมาณ 3 เดือน ท่านก็กลับประเทศไป เพราะว่าเลิกกับคุณแม่ คือใจอยากเจอแต่ไม่เราไม่ไปก้าวล่วง เป็นห่วงความรู้สึกคุณแม่


เห็นว่าพี่เจออุบัติเหตุเยอะมาก?
ลูกน้ำ : พี่เจออุบัติเหตุรถชนท้ายบ่อยมาก ประมาณ 3-4 ครั้ง ประมาณ 10 ครั้ง แต่ครั้วที่หนักสุดเมื่อประมาณพี่อายุ 25 ปี กำลังขับรถกลับจากชลบุรี พี่ไปกับเพื่อน แล้วตอนนั้นติดไฟแดง แล้วพอไฟเขียว เข้าเกียร์ปุ๊บทุกอย่างมืดไปหมดเลย มืดไปประมาณ 3 วิ พอลืมตาขึ้นมาหน้ารถมีควันขึ้น เราก็บอกเพื่อนว่าลงเร็วสงสัยโดนรถบรรทุกชนท้าย พอลงไปข้างหลังเป็นรถกะบะที่บรรทุกคนมาแล้วคนอยู่บนถนนหมดเลย ปรากฏว่าคันที่เป็นต้นเหตุเลยคือเขาเมาแล้วหลับใน เขาไม่เบรกเลยอัดเต็มๆ 5 คน แล้วตัวเขาก็เข้า ICU เป็นเดือนเลย นั่นเป็นเหตุการณ์ฝั่งใจที่พี่เจอ ครั้งล่าสุดเมื่อปีที่แล้วก็โดนชนท้ายอีก แล้วทั้งสองเคสเหมือนกันคือคนเมา

ถึงขั้นเลิกขับรถเลยไหมพี่?
ลูกน้ำ : พี่กลัว บอกตรงๆ เลยเมื่อ 10 ปีที่แล้วกับตอนนี้ พี่มีความรู้สึกว่าการขับรถของคนเปลี่ยนไป ตอนนี้พี่ไม่ขับรถเอง ให้ผู้จัดการขับมาหลายปีแล้ว พอติดไฟแดงเราก็มองกระจกว่ามีใครพุ่งมาหรือเปล่า


เคยเจอเหตุการณ์อื่นเกี่ยวกับคนเมาไหม?
ลูกน้ำ : ไม่ค่อยมี เพราะเราก็เมาดิบใส่ อีกอย่างเรามีผู้จัดการคอยสกรีน คอยช่วย สมัยก่อนมีโทรศัพท์มาที่บ้านเขาจะขอดมรักแร้

REALATED NEWS

Comments

Share Tweet Line