ม.กาฬสินธุ์ นำผ้าไทยโชว์แฟชั่นที่ฮ่องกงพร้อมขยายตลาดสู่สากล

ม.กาฬสินธุ์ นำผ้าไทยโชว์แฟชั่นที่ฮ่องกงพร้อมขยายตลาดสู่สากล


.
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านสิ่งทอพื้นเมืองแพรวากาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ นำดีไซเนอร์ชั้นนำ ช่างทอ ผู้ประกอบการผ้าทอพื้นเมือง ได้นำผ้าทอพื้นเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งผ้าไหมแพรวา ผ้าผัดหมี่ และผ้าฝ้าย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดด้วยกระบวนการทอมือที่ต้องอาศัยความปราณีตและความชำนาญเป็นพิเศษ มาร่วมเปิดบูธและเดินแฟชั่นโชว์บนแคทวอร์คภายใต้ธีม Spirit of Phu Tai Kalasin ในงาน Hong Kong Fashion Week for Spring/Summer 2019 ระหว่างวันที่ 8-11 ก.ค.นี้ ที่ Hong Kong Convention & Exhibition Centre พร้อมทั้งขึ้นเดินแบบแฟชั่นโชว์อย่างยิ่งใหญ่


.
รศ.จิระพันธุ์ ห้วยแสน อธิการบดี มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ศูนย์ความเป็นเลิศด้านสิ่งทอพื้นเมืองแพรวากาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เป็นโครงการที่ได้รับสนับสนุนจากรัฐบาลในการยกระดับผ้าทอพื้นเมืองในจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับประชาชน โดยผ้าพื้นเมืองที่นำมาแสดงครั้งนี้ เป็นผ้าที่เกิดจากช่างทอในจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งผ้าไหมแพรวา ผ้าฝ้าย และ ผ้ามัดหมี่ ซึ่งดีไซเนอร์ได้ลงพื้นที่แนะนำเรื่องการออกแบบลวดลายให้เกิดความร่วมสมัยและนำผ้ามาออกแบบเป็นชุดแฟชั่นเพื่อขึ้นเดินแบบในงาน

"ถือเป็นความสำเร็จในการทำงานที่ทางมหาวิทยาลัยได้พัฒนาและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมืองในจังหวัดกาฬสินธุ์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ซึ่งการมาเปิดบูธและแสดงแฟชั่นโชว์ได้รับการตอบรับอย่างดี มีผู้ประกอบการทั้งจจากจีนและอเมริกามาติดต่อเพื่อนำสินค้าไปขาย อย่างไรก็ตามทางมหาวิทยาลัยจะนำโจทย์เหล่านี้ไปพัฒนาระบบการค้าระหว่างประเทศต่อ ซึ่งจะเป็นการขยายตลาดผ้าไทยไปสู่ตลาดโลกในอนาคต" รศ.จิระพันธุ์ กล่าว

นายประพันธ์ เวียงสมุทร เจ้าของร้าน เฮินโฮม อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า มีนักธุรกิจทั้งจากจีน ฮ่องกง และ อเมริกา เข้ามาติดต่อนำผ้าไทยไปขายต่อและสั่งให้ตัดตามแบบโดยใช้ผ้าของเราด้วย แต่เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสทำธุรกิจร่วมกับชาวต่างชาติ จึงทำให้หลายอย่างยังไม่ลงตัว ทั้งเรื่องการขนส่งสินค้า การซื้อขายในต่างประเทศ และระบบอีคอมเมิร์สต่างๆ รวมไปถึงระดับความคาดเคลื่อนและมาตรฐานของสินค้า อย่างไรก็ตามได้มีการให้นามบัตรและอีเมล์เพื่อจะติดต่อประสานงานกันในอนาคตไว้แล้ว

"ถือเป็นโอกาสที่ดีมากๆในการเปิดตลาดผ้าไทยในต่างประเทศ ซึ่งเชื่อว่าผ้าไทยยังเป็นสินค้าที่ตลาดต่างประเทศต้องการ โดยเฉพาะที่ประเทศจีน แต่ทางเราก็ต้องพร้อมที่พัฒนาระบบการซื้อขายระหว่างประเทศให้พร้อมอยุ่ตลอดเวลาเพื่อที่จะทำให้ไม่เสียโอกาส จึงอยากให้ทางมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปส่งเสริมและให้ความรู้เรื่องการทำธุรกิจระหว่างประเทศให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่นด้วย" เจ้าของร้าน เฮินโฮม อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ กล่าว

สำหรับชุดผ้าที่นำไปแสดงแฟชั่นภายใต้ธีม Spirit of Phu Tai Kalasin ในครั้งนี้มีการแสดงทั้งหมด 20 ชุด ที่ได้นำอัตลักษณ์ของผ้าผู้ไทโดยเฉพาะผ้าแพรวามาผสมผสานให้เกิดความโดดเด่นและการใช้งานที่สามารถประยุต์ใช้และสอดคล้องกับรสนิยมของคุณรุ่นใหม่ ออกแบบด้วยดีไซเนอร์ชื่อดังระดับสากล 


.
นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข นักออกแบบแฟชั่นรางวัล Mango Fashion Awards 2012 กล่าวว่าแรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเลคชั่นนี้คือการใช้ชีวิตในเมือง ทำอย่างไรที่จะเอาผ้าท้องถิ่นมาปรับประยุกต์กับการใช้ชีวิตในเมืองได้จริงและเป็นชิ้นที่ใส่ได้ง่ายทั้งคนไทยและตลาดสากล ซึ่งผ้ากาฬสินธุ์ที่นำมาออกแบบมีทั้ง ผ้าไหมและผ้าฝ้าย เน้นการตัดเย็บให้ใส่และดูแลรักษาได้ง่าย

"โจทย์ที่เน้นในคอลเลคชั่นนี้คืออยากให้ผ้าดูร่วมสมัย แบบค่อนข้างเรียบง่าย เน้นขายผ้าเป็นหลัก ซึ่งจากการแสดงได้รับความสนใจค่อนข้างมากทั้งจากผู้ซื้อและสื่อมวลชน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จและเป็นเหมือนใบเบิกทางซึ่งจะทำให้คนรู้จักผ้าของกาฬสินธุ์มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีกลับที่ต้นนำที่จังหวัดกาฬสินธุ์" วิชระวิชญ์ กล่าว 
.


นายศักดิ์จิระ เวียงเก่า (น้าช้าง) นักออกแบบสิ่งทอเจ้าของแบรนด์ BAISRI กล่าวว่า ได้ออกแบบชุดด้วยการเน้นที่สีและลายโบราณ ด้วยการนำสีแดง ดำ กรมท่า ที่เห็นแล้วนึกถึงลายกาฬสินธุ์ทันที ส่วนลายก็เอาลายดั้งเดิมของผ้ามัดหมี่มาทดลองมัดห้าหัวและทอสลับกันและผ้าขิดมาดัดแปลงจกขิดให้ห่างๆให้มีความร่วมสมัยและลวดลายไม่ซ้ำ ก่อนจะนำมาแปรรูปให้เป็นชุดที่สวมใส่สบาย ไม่ร้อน หลวมๆใส่ได้กับทุกคน

"เป็นโอกาสอันดีมาก กลับไปเราก็คงเอาไปปรับใก้เป็นธุรกิจมากยิ่งขึ้นทั้งสีลวดลายและราคาให้สามารถที่จะทำออเดอร์ได้ เพราะในเชิงการทำธุรกิจจะต้องมีเรื่องของการรับออเดอร์ เงินมัดจำ และระยะเวลา และ รหัสลาย สีสันตามตัวอย่าง อันนี้เราต้องทำให้ได้ ถ้าทำได้ตลาดก็จะกว้างขึ้นและประโยชน์จะตกอยู่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์"

 


ด้านนายไพบูลย์ ศรีสุทัศน์ (คุณแมกกี้) นักออกแบบผลิตภัณฑ์เจ้าของแบรนด์ Maggi Studio Maggi กล่าวว่า ได้นำเทคนิคการทำผ้าแบบโบราณมาผสมผสานกับความสมัยใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่างาน เลือกใช้สินค้าดั้งเดิม เช่น ผ้าตุ้ม ผ้าห่ม มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น กระเป๋า ต่างหู เพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ความเป็นผู้ไทและท้องถิ่น พร้อมกับดึงศักยภาพของช่างทอออกมา 

" คำว่า spitit of phu tai มันคือวัฒนธรรมและจิตวิญญาน อยากให้คนรุ่นใหม่เอามาต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดสู่สายตาคนทั้งโลก โดยไม่ทิ้งความดั้งเดิมและการอนุรักษ์" นายไพบูลย์ กล่าว

ได้นำเอาผ้าแพรวาและผ้าฝ้ายของกาฬสินธุ์​มาออกแบบเครื่องประดับ​ กระเป๋า​รองเท้า​ เข็มกลัด​และของตกแต่ง​ ที่ราคาคนรุ่นใหม่จับต้องได้
.
ขณะที่ อาจารย์กิตติ์ธนัตถ์ ญาณพิสิษฐ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชานวัติกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ระบุว่าได้นำผ้าแพรวาไหมเปลือก​เพื่อนำเสนอผ้าแพรวาที่หนา​ แน่น​ นุ่ม​ นวล​ นิ่ม​ แบบดั้งเดิม


.
ทั้งนี้ นางสาวณัฏฐา สุนทราภา รักษาการกงศุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่เห็นการออกแบบผ้าไทยที่ต่างไปจากเดิม ซึ่งเห็นแล้วสะดุดตาทันที สีสัน รูปแบบ เนื้อผ้า ดูไม่หนา เทอะทะ สามารถใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ดีไซน์มีความทันสมัย ถ้านำสินค้ามาเปิดตลาดที่ฮ่องกงน่าจะไปได้ เพราะสีสัน รูปแบบ กลมกลืนเข้ากับคนฮ่องกง

"โดยพื้นฐานคนฮ่องกงเป็นเมืองแฟชั่น ถ้ามีดีไซน์สวยๆเก๋ๆและราคาที่สามารถซื้อได้น่าจะติดตลาดได้ไม่ยากด้วยการสนับสนุนของ HKTDC และหน่วยงานภาครัฐที่ช่วยกันอย่างเต็มที่ เป็นเรื่องที่น่ายินดีของประเทศไทยที่มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์สามารถทำได้ขนาดนี้ ถือเป็นทีมงานที่ดีมากๆของมหาวิทยาลัยและคนในท้องถิ่น" รักษาการกงศุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง กล่าว

นางอุบลรัตน์ ค่าแพง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนากกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank) กล่าวว่า การแสดงแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ได้รับความสนใจผู้ประกอบการที่จะมาทำธุรกิจร่วมจำนวนมาก ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติจำนวนมาก และมองว่าผ้าไทยน่าจะเติบโตไปได้ดีในเวทีโลก และทาง SME Development Bank ยินดีที่จะสนับสนุนทั้งเรื่องเงินทุนและความรู้ หากมีผู้ประกอบการจะต่อยอดในการทำธุรกิจ

นางสาวสิริพรรณ เห็นสุข รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานฮ่องกง กล่าวว่า ผ้าไทยสามารถช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างดี เพราะหลังจากที่มีการนำผ้าพื้นถิ่นต่อเวทีนานาชาติจะทำให้เกิดความสนใจถึงที่มาของผ้าว่ามาจากจังหวัดไหน พื้นที่ไหน และคนที่ชื่นชอบผ้าไทยอยู่แล้วก็อยากจะเข้าเยี่ยมชมพื้นที่ที่ผลิตเอง โดยจังหวัดกาฬสินธุ์นอกจากมีผ้าแพรวาที่งดงามแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางเชิงธรรมชาติและเชิงชุมชุมอีกมากมาย

นางประกอบ ปัญจจิต ช่างทอผ้าแพรวา จ.กาฬสินธุ์ ที่ได้เดินทางมาในครั้งนี้ด้วย กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจมากจนน้ำตาไหล ตอนที่เห็นผ้าแพรวาอยู่บนเวทีระดับนานาชาติ ไม่คิดว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ซึ่งกลับไปก็จะนำสิ่งที่ได้เห็นไปบอกต่อช่างทอในพื้นที่และพัฒนาลวดลายผ้าทอใหม่ๆให้ทันสมัยควบคู่ไปกับการทอแบบอนุรักษ์ลายดั้งเดิมไว้

Comments

Share Tweet Line